เมนูหลัก
 บทความเชิงสุขภาพสัตว์  บทความสินค้าและนวัตกรรม  หมวดสินค้าและอาหารสัตว์
 สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ประโยชน์ของการใช้โปรไบโอติกส์ในกระต่าย

 ประโยชน์ของการใช้โปรไบโอติกส์ในกระต่าย

โดย ผศ.น.สพ.ดร. สมโภชน์ วีระกุล (หมอแก้ว)

 

โปรไบโอติกส์ (Probiotics) หมายถึงการใช้จุลชีพเพื่อเป็นสารเสริม โดยนำมาใช้ในรูปแบบผสมกับอาหารสัตว์หรือให้กินโดยตรง  จุลชีพที่เป็นสารเสริมเหล่านี้อาจจะมีทั้งที่พบในทางเดินอาหารสัตว์อยู่แล้วและเห็นว่าเป็นประโยชน์ และที่ไม่มีแต่ได้จากการเพาะเลี้ยงมาจากสัตว์ชนิดอื่นแต่ให้ประโยชน์ร่วมกันได้ จุลชีพเหล่านี้จะเจริญเติบโต ไปช่วยในย่อยโดยช่วยผลิตเอนไซม์หรือน้ำย่อย หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้อาหารทำให้อัตราการเจริญเติบโตสมบูรณ์หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันที่ดี และยังทำหน้าที่ป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อก่อโรคให้อยู่ในภาวะสมดุล ทั้งในการช่วยจับกิน การส่งสัญญาณไปยังระบบภูมิคุ้มกันในระบบทางเดินอาหาร โดยอาศัยสารสื่อจากเดนไดรติกเซลล์ (dendritic cells) และการสร้างสภาพแวดล้อมในระบบทางเดินอาหารให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของจุลชีพที่ดี (วิโรจน์, 2555)

จุลชีพที่นิยมนำมาใช้ ได้แก่ Lactobacillus spp., Streptococcus faecium, Bacillus subtilis, Bifidobacterium spp., Lactococcus spp., Pediococcus spp., และยังมีจุลชีพที่มีการทำการศึกษาวิจัยและให้ผลประโยชน์ในทางที่ดีขึ้นออกมาอีกเป็นจำนวนไม่น้อย การนำจุลชีพเหล่านี้จะให้ผลของแต่ละตัวต่างกันไป ตัวอย่างชนิดที่พบในอาหารสัตว์และของคนจำนวนมาก คือ Lactobacillus จะมีความทนทานต่อสภาพของกรดในทางเดินอาหารเป็นอย่างดี จึงสามารถรอดชีวิตอยู่ได้และเจริญเติบโต ทำหน้าที่เกาะที่ผนังของทางเดินอาหารและยับยั้งการจับเกาะของเชื้อก่อโรค เช่น E. coli และการกินจุลชีพชนิดนี้พบว่ามีผลต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกันทำให้ระดับของ IgG เพิ่มขึ้น (วิโรจน์, 2555) ในกลุ่มยีสต์นิยมใช้มากที่สุดคือ Saccharomyces cerevisiae การใช้ในม้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ไนโตรเจนสูงขึ้น (วิโรจน์, 2555) และพบว่าได้ผลเช่นเดียวกันในสัตว์กินพืชอื่นๆ รวมทั้งกระต่ายที่มีการใช้กระเพาะหมัก (cecal fermentation)

ในกระต่ายมีการใช้โปรไบโอติกส์ค่อนข้างแพร่หลายในต่างประเทศ เพราะไม่พบผลข้างเคียง และอาหารเม็ดที่สัตวแพทย์ด้านเอ็กโซติกส์แนะนำ เช่น Oxbow Products ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโปรไบโอติกส์เป็นสารเสริม (Meredith and Flecknell, 2006; Lichtenberger and Lennox, 2010) หรือการเลือกใช้ยีสต์ชนิด Saccharomyces cerevisiae จากผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นสำหรับกระต่ายยี่ห้อ Pro-fiber for rabbits ของ Protexin (ทีมา: http://www.protexin.com/products/pro-fibre-for-rabbits/32) ซึ่งมีการวางจำหน่ายไปทั่วโลก ในการศึกษาประสิทธิภาพของการใช้โปรไบโอติกส์ในกระต่าย โดยการใช้จุลินทรีย์ที่ใช้กันมาก เช่น Lactobacillus acidophilus และ Bacillus subtilis พบว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้อาหารอย่างชัดเจน ค่า digestibility coefficients ของ dry matter, organic matter, crude protein, neutral detergent fiber และ gross energy มีค่าสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับโปรไบโอติกส์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และช่วยเพิ่มจุลชีพชนิดดีอื่น ๆ ในทางเดินอาหารได้ โดยพบว่าระดับของ Bacilli spp. และ Coliformis spp. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) และระดับของ Lactobacilli เพิ่มขึ้นอย่างยิ่งยวด (p<0.001) เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับโปรไบโอติกส์ และสามารถควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อกลุ่ม coliform bacteria ก่อโรคได้เป็นอย่างดี โดยพบว่า Lactobacillus acidophilus ลดจำนวนเชื้อในกลุ่มโคลิฟอร์มได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมหรือแม้กระทั่ง Bacillus subtilis (p<0.05) จึงแนะนำให้ใช้โปรไบโอติกส์ร่วมด้วย เพราะจะช่วยเพิ่มจำนวนของ gut beneficial bacteria population ดังข้างต้นได้ สามารถเพิ่ม nutrient digestibility ช่วยประสิทธิภาพในการหมัก cecal fermentation การนำอาหารไปใช้ประโยชน์ feed efficiency และการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์กว่า และพบว่าการใช้จุลชีพร่วมกันจะได้ผลที่ดีกว่า (Phuoc and Jamikorn, 2017) การเพิ่มจำนวนของ bacilli นั้นจะมีผลไปช่วยเพิ่ม hydrolytic enzyme ในทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นผลทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยและการใช้อาหารเพิ่มขึ้นนั่นเอง (Fuller, 1989) เพิ่มระดับการกระตุ้นของ lactase และ sucrase ที่ชั้นมิวโคซาของลำไส้เล็ก (Collington et. al., 1990) ระดับของ volatile fatty acids เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน (Giang, 2012) มีผลทำให้ระดับกรดในทางเดินอาหารต่ำลง ส่งผลเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น ในกระต่ายโตเต็มวัยและอายุมากขึ้นทางเดินอาหารมักพบปัญหากรดแก่ ซึ่งทำให้ระดับของ Lactobacilli ที่มีอยู่นั้นน้อย ทำให้ประสิทธิภาพการใช้อาหารลดลง (Canibe and jensen, 2003; Högberg and Lindberg, 2006; Lyberg et. al., 2006)   การเสริม Lactobacillus ตามเหตุผลข้างต้น จะช่วยในการเพิ่มประชากรกลุ่ม Lactobacilli ต่าง ๆ เพิ่ม โดยทำหน้าที่ไปเพิ่มกรออะซิตริก และ volatile fatty acids ต่าง ๆ (Penney et al., 1986)) ยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและลดประชากรของเชื้อก่อโรคกลุ่มโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (Jin and Marquardt, 2000)

การใช้โปรไบโอติกส์จากจุลชีพชนิดใดชนิดหนึ่งลำพังนั้นอาจจะยังไม่สามารถให้ผลหรือประสิทธิภาพที่ดีที่สุด แต่การนำไปรวมและใช้ประโยชน์ร่วมกันคือสิ่งที่ได้การแนะนำจากงานวิจัยต่าง ๆ ในไทยจะมีโปรไบโอติกส์สำหรับกระต่าย ชื่อ บันนี่เอนไซม์ ของบริษัท Randolph Animal Healthcare สามารถนำไปใช้ได้ดีในกระต่ายทั้งในตัวปกติและที่ต้องการการบำบัด และมีจุลชีพที่สำคัญทั้งหมดจำนวน 7 ชนิด ได้แก่ Yeast culture (Saccharomyces cerevisiae) และ Probiotics (Lactobacillus acidophilus, Lactobacillus plantarum, Pediococcus pentosaceus, Streptococcus faecium, Bacillus subtilis and Bacillus licheniformis) ซึ่งถือว่ามีความสมบูรณ์

 

เอกสารอ้างอิง

Canibe, N., and Jensen, B.B. 2003. Fermented and nonfermented liquid feed to growing pigs: Effect on aspects of gastrointestinal ecology and growth performance. J Anim Sci. 81:2019-31.

Collington, G.K., Parker, D.S., and Armstrong, D.G. 1990. The influence of inclusion of either an antibiotic or a probiotic in the diet on the development of digestive enzyme activity in the pig. Br J Nutr. 64: 59-70.

Fuller, R. 1989. Probiotics in man and animals. J Appl Bacteriol. 66: 365-78.

Giang, H.H., Viet, T.Q., Ogle, B., and Lindberg, J.E. 2012. Growth performance, digestibility, gut environment and health status in weaned piglets fed a diet supplemented with a complex of lactic acid bacteria alone or in combination with Bacillus subtilis and Saccharomyces boulardii. Livest Sci. 143:132-41.

Högberg, A., and Lindberg, J.E. 2003. The effect of level and type of cereal nonstarch polysaccharides on the performance, nutrient utilization and gut environment of pigs around weaning. Anim Feed Sci Technol. 127:200-19.

Jin, L.Z., Marquardt, R.R., and Baidoo, S.K. 2000. Inhibition of enterotoxigenic Escherichia coli K88, K99 and 987P by the Lactobacillus isolates from porcine intestine. J Sci Food Agric. 80:619-24.

Lichtenberger, M. and Lennox, A. 2010. Updates and advanced therapies for gastrointestinal stasis in rabbits. Vet Clin North Am Exot Anim Pract. 13(3):525-41.

Lyberg, K., Lundh, T., Pedersen, and C., Lindberg, J.E. 2006. Influence of soaking, fermentation and phytase supplementation on nutrient digestibility in pigs offered a grower diet based on wheat and barley. Anim Sci. 82:853-8.

Meredith, A. and Flecknell, P. 2006. BSAVA manual of rabbit medicine and surgery 2nd. British Small Animal Veterinary Association. 200 pp.

Penney, R.L., Folk, Jr. G.E., Galask, R.P., and Petzold, C.R. 1986. The microflora of the alimentary tract of rabbit in relation to pH, diet and cold. J Appl Rabbit Res. 9:152-6.

 

Phuoc, T.L. and Jamikorn, U. 2017. Effects of probiotic supplement (Bacillus subtilis and Lactobacillus acidophilus) on feed efficiency, growth performance, and microbial population of weaning rabbits. Asian-Australas J Anim Sci. 30(2): 198–205.